เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ

 
 
 
 
ปฏิจจา
 
 
 
ปฏิจจา อ่านว่า ปะ-ติด-จา แปลว่า สัมพันธ์กัน,เกี่ยวเนื่องกัน
 
อายุ : ตอนตายอายุ ๑๘ ปี  เพศ : ชายแท้ๆทั้งแท่ง ไม่เชื่อมาดูได้ อั่ยย่ะ!!!
 
ส่วนสูง : ๑๘๓ เซนติเมตร หนัก : ๗๐ กิโลกรัม
 
ตำแหน่ง : ยมฑูต
 
 
 
 
รูปพรรณสัณฐาน 
 


  • ชายหนุ่มร่างเพรียวสูงโปร่ง มีกล้ามเนื้อตามแบบผู้ชายทั่วไป
  • ผมสีดำสนิท ด้านบนตัดสั้นแต่ด้านล่างถักเป็นเปียยาวจนถึงสะโพก เปียนี้จะไหวไปมาเวลาเจ้าตัวเคลื่อนไหว พันเอาไว้ด้วยผ้าสีเดียวกับผัาโจงฯ
  • เหนือคิ้วซ้ายสักเครื่องหมายโอมเอาไว้ ที่ตาทั้งสองข้างจะทาชาดเอาไว้บริเวณหางตา มีไฝที่ใต้ตาซ้าย
  • ตาสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ รูปตาเรียวและหางตาช้อนขึ้น
  • หูขวาเจาะสามรู หูซ้ายเจาสี่รู จะใส่ตุ้มหูสีเงินล้วนเอาไว้ตลอดเวลา สะดือเจาะ และใส่ห่วงสีทองพิสุทธิ์เอาไว้ 
  • ข้อเท้าทั้งซ้ายขวา ใส่กำไลข้อเท้าติดกระดิ่งทองไว้ทั้งสองข้าง เวลาเดินจะส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งให้รู้ว่าไปอยู่ตรงไหนแล้ว 
  • มีแผลเป็นที่รอบคอ ที่ท้อง และไหล่ซ้าย 
  • เขาสีเทาอ่อนๆ มีริ้วๆรอบทั่วไปทั้งเขา มีสองเขา

ชุดทางการ

  • เสื้อแบบราชประแตนสีดำ มีลายพาดตรงแนวตั้ง เชือร์มของในเป็นแขนยาวสีส้มลายแบบทั่วไป
  • โจงกระเบนสีขาว หัวเข็มขัดตามระเบียบ ผูกโจงแบบไว้จีบหน้านาง
  • ส่วมถุงเท้าสีดำปิดขึ้นมาจนถึงเข่า รองเท้าเชิงงอนสีดำ

ชุดทำงาน

  • เสื้อแบบราชประแตนไม่ติดกระดุม เผยให้เป็นผิวเนื้อ เสื้อสีดำมีลายสีส้มแดงขึ้นมาจากบริเวณปลายเสื้อ ผ้าบุช้างในเป็นสีเดียวกับโจงกระเบน
  • โจงกระเบนสีส้มแดง รองเท้าเชิงงอนสีเดียวกับโจงกระเบน ผูกโจงแบบไว้จีบหน้านาง

 

อุปนิสัย
 
ร่าเริงแจ่มใสมาก
 
ยิ้มง่ายมาก ร่าเริงแจ่มใส อเลิร์ท ไม่ค่อยอยู่นิ่งเท่าไร ไฮเปอร์ ชอบไปมาทางนั้นทีทางนู้นที ชอบการเคลื่อนไหว การยิ้มและการหัวเราะมาก ชอบอะไรที่มันเฮฮา ไม่ชอบอารมณ์ซึมเศร้า บางทีเลยเหมือนเป็นคนเล่นๆไปซะทุกอย่าง ขำๆชิลล์ๆ มีความเป็นเด็กอยู่ในตัว ชอบแกล้งอะไรเล็กๆน้อยๆคนอื่นเสมอ และชอบแสดงออกถึงอารมณ์ดีแบบสุดโต่ง เป็นตัวป่วนดีๆนี่เอง
 
เป็นห่วงเป็นใย
 
เป็นห่วงเป็นใยคนรอบข้าง มาก มาก มาก ชอบการดูแลเทคแคร์ บางทีก็มากไป เลยทำให้คนอื่นตะเพิดออกมานั่งซึมบ่อยๆ เป็นคนใจดี อ่อนโยน มีความเป็นสุภาพบุรุษ ชอบช่วยเหลือ ชอบช่วยงานคนอื่น มีงานอะไรโยนมาให้เจ้าตัวทำโม้ดดดด จนบางทีก็โดนหลอกบ้าง แต่เจ้าตัวก็รู้ แต่เต็มใจให้โดนหลอก เพราะกลัวคนอื่นจะเหนื่อย และมีคติที่ว่า "ถ้าข้าน้อยทำ มันจะทำให้คนอื่นเหนื่อยน้อยลง เพราะงั้น ไม่เป็นอะไรดอกขอรับ" 
 
จริงๆแล้วเป็นคนจริงจัง
 
ถึงจะแสดงออกมาว่าร่าเริงแจ่มใส เหมือนเป็นคนเล่นๆไปซะทุกอย่าง แต่ถ้าเป็นเรื่องงานล่ะก็จริงจังขาดใจ เหนื่อยแค่ไหน ยากแค่ไหนก็ต้องทำให้ได้ งานที่คนอื่นไหว้วานมาก็จะจริงจังมากๆด่วยเช่นกัน ด้านความสัมพันธ์และความรู้สึกของคนก็จริงจังมาก เพราะจริงจังมากเลยเป็นห่วงคนอื่นซะมาก แต่ก็ไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อยหรอกนะต้องเรื่องใหญ่ๆจริงๆเท่านั้น
 
อ่อนน้อมกับผู้อื่น
 
ถึงปฏิจจาจะขี้เล่นยังไง แต่คำพูดคำจาก็ไม่เคยหยาบคายเลย รวมทั้งไม่เคยเล่นมุกใต้สะดือ และยิ่งกับผู้หญิงจะอ่อนน้อมมาก และไม่เล่นมุกเจ้าชู้กับผู้หญิงเด็ดขาด มักแทนตัวเองว่า "ข้าน้อย" ลงท้ายคำว่า "ขอรับ" เสมอ จะเรียกผู้อื่นว่า "ท่าน" เสมอเช่นกัน ถ้าอยู่ๆเกิดแทนตัวเองว่า "ข้า" ขึ้นมา นั่นแสดงว่าอารมณ์ไม่ดีแล้ว
 
เวลาโกรธขึ้นมาจะกลายเป็นคนเงียบๆแต่ถ้าน๊อทหลุดก็นรกแตก
 
ถึงปกติจะโวยวายเฮฮา แต่ถ้าโกรธขึ้นมาก็กลับสงวนคำพูดคำจาซะงั้น ยิ่งไม่พูดเลยนั่นแปลว่าอารมณ์เสียขั้นวิกฤติ ถ้ายังไม่ปล่อยให้พ่อคุณอยู่คนเดียวอาจจะมีการกระโดดเตะกันเกิดขึ้น เวลาโกรธหรืออารมณ์ไม่ดีแล้วจะชอบเดินหนีมากกว่า เพราะถ้าหากประทะคงเผลอทำร้ายใครลงไป
 
 
คำพูดคำจา
 
แทนตัวเองว่า "ข้าน้อย" กับทุกคนเสมอ ทั้งคนที่สนิท ไม่สนิท อาวุโส ผู้บังคับบัญชา ยกเว้นศูนยตาคนเดียวที่จะแทนตัวเองว่า "ฉัน" จะลงท้ายคำด้วยคำว่า "ขอรับ" เสมอกับทุกๆคนไม่เว้นศูนยตา แทนคนอื่นว่า "ท่าน" ถ้าเป็นผู้หญิงจะนำหน้าชื่อด้วย "แม่" เช่น ศูนยตา = "แม่ตา" ชอบพูดจาด้วยคำพูดสำเนียงเก่าๆ เช่น
 
"เห็นทีแม่ตาคงคิดผิดแล้วกระมัง คนที่ทานขนมของแม่ตาไป คงเห็นจะเป็นฉันเสียไม่ได้ดอกนะขอรับ"
**ยิ้มแฮะๆเกาแก้มขนมเต็มปาก**
 
"ข้าน้อยรับคำบัญชาขอรับ"
 
 
ประวัติการตาย - ถูกประหารชีวิตโดยการตัดคอ
 
 
ประวัติตอนยังมีชีวิต
 
เป็นลูกชายจากภรรยาคนที่สองของออกญายมราชผู้มั่งคั่ง และเป็นลูกชายคนแรกของออกญายมราช เกิดในสมัยของสมเด็จพระบรมราชาที่ ๔  ในสมัยอยุธยาตอนต้น เดิมตอนที่เกิดมามีน้องสาวฝาแฝด แต่ด้วยผู้เป็นแม่ลั่นวาจากับภรรยาเอกของออกญายมราชว่าตนจะเป็นภรรยาที่ให้กำเนิดแต่บุตรชาย ไม่เหมือนภรรยาเอกที่ให้กำเนิดแต่บุตรสาวมาถึง ๖ คน 
 
ด้วยเหตุนั้นผู้เป็นแม่ที่รักศักดิ์ศรีของตัวมากยิ่งกว่าสิ่งใด จึงมีคำสั่งให้เอาเด็กหญิงที่คลอดออกมาที่หลังไปทิ้งทันที และสั่งฆ่าปิดปากบ่าวไพร่ที่อยู่ ณ ตอนนั้นเสียสิ้นรวมทั้งหมอตำแย ยกเว้นผู้เป็นแม่นม และก่อนนำไปทิ้งผู้เป็นแม่ได้ตั้งชื่อเด็กทั้งสองเอาไว้ว่า "ปฏิจจา" ที่แปลว่า "สัมพันธ์กัน" หรือ "เกี่ยวเนื่องกัน" เพื่อให้ตนระลึกเสมอว่าเด็กคนนี้ยังมีแฝดอีกคนที่เกี่ยวเนื่องกัน ส่วนเด็กอีกคนให้ชื่อว่า "ศูนยตา" ที่แปลว่า "ความเป็นของศูนย์" หรือ "ความไม่มี" เพื่อเด็กคนนี้เป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตน ถึงแม้ลูกชายจะมี"สิ่งที่เกี่ยวเนื่องกัน" แต่สิ่งนั้น ได้"ไม่มีตัวตน" อีกต่อไปแล้ว แล้วจึงนำไปทิ้ง
 
เช่นนั้นแล้ว ปฏิจจาจึงโตขึ้นมาโดยที่ไม่รู้เลยว่ามีน้องสาวฝาแฝด.....
 
แต่ห่างกันเพียงไม่กี่วันหลังจากปฏิจจาเกิด ภรรยาเอกของออกญายมราชก็ให้กำเนิดลูกชายเช่นกัน เด็กชายทั้งสองโตมาโดยมีผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเสี้ยมสอนให้เกลียดกัน แต่ปฏิจจากลับไม่คิดเช่นนั้น เขาพยายามเข้าหาน้องชายตลอดเวลา อยากจะเล่นกับน้องชายเพราะพี่ๆคนอื่นก็มีแต่พี่ผู้หญิง ส่วนแม่ตนเองหลังจาคลอดเขาก็ไม่สามารถมีลูกได้อีก ถึงตั้งครรถ์ก็เป็นท้องลมไม่ก็แท้งเสียสิ้น และมาสิ้นลมเอาตอนปฏิจจาอายุ ๑๖ ส่วนน้องชายที่เขาพยายามเข้าหาก็กลับเกลียดเขา และพยายามจะทำร้ายปฏิจจาตลอดเวลา แต่ปฏิจจาไม่ถือโทษมาโดยตลอด
 
จนกระทั่งปฏิจจาเติบโตขึ้นเป็นหนุ่ม ก็เป็นคนจริงจังขยันขันแข็ง ช่วยงานออกญายมราชได้ดี ออกญายมราชจึงโปรดลูกชายคนนี้เป็นพิเศษ และหวังให้สืบตำแหน่งออกญายมราชของตน ทำให้เป็นที่ชิงชังของภรรยาเอกและน้องชายเป็นอันมาก
 
วันหนึ่งด้วยคำชักชวนของคนสนิท จึงทำให้ปฏิจจาได้ไปรู้จักสถานที่ ที่เรียกว่า "สถานโคมเขียว"เข้าให้ และที่นั่นเองโชคชะตาได้ทำให้เขาพบกัน "ศูนยตา" น้องสาวฝาแฝดที่เขาไม่รู้ว่ามี
 
ด้วยความประหลาดใจที่พบคนหน้าคล้ายกันจึงทำให้ปฏิจจาติดใจและเมื่อได้ใกล้ชิดก็กลับตกหลุมรักซึ่งกันและกันโดยที่ไม่รู้ หลังจากนั้นเขาไถ่ตัวศูนยตาออกมาด้วยราคาแพงหูฉี่ ให้เข้ามาอยู่แบบลับๆในบ้าน ทำงานในครัว หวังว่าเกิดผู้เป็นพ่อสิ้นบุญเมื่อไรจะยกให้ขึ้นเป็นเมียเอกหรือเมียรองอย่างถูกต้องเท่าๆที่สถานะจะอำนวย
 
แต่ผู้เป็นแม่นมได้รู้เรื่องนี้เข้าก็นำความไปบอกน้องชายของปฏิจจา หวังให้น้องชายของปฏิจจาจะช่วยพาตัวศูนยตาออกไปจากบ้านอย่างลับๆ แต่ตัวน้องชายกลับรู้สึกแขยงและชิงชังในตัวปฏิจจามากกว่าเดิม จึงทำแผนโดยการใส่ยาพิษลงไปในน้ำแกงที่ออกญายมราชจะกิน ทำให้ออกญายมราชถึงแก่ชีวิตทันที และป้ายความผิดว่าเป็นแผนของปฏิจจาและศูนยตา เขาได้สั่งให้บ่าวไพร่ลากตัวศูนยตาไปทรมานก่อนจะฆ่าทิ้ง ต่อหน้าปฏิจจา ทำให้ปฏิจจาลุแก่โทสะ แย่งดาบมาจากบ่าว และฆ่าผู้เป็นน้องชายทิ้ง 
 
จากนั้นเขาจึงเข้ามอบตัวกับทางการ และถูกประหารในที่สุด เมื่อตายจึงได้มาเป็นยมฑูตที่ยมโลกแห่งนี้ ตอนที่เขารู้ว่าผู้หญิงที่ตัวเองรักเป็นน้องสาวฝาแฝดก็ช๊อคมาก และยอมจำใจเปลี่ยนความสัมพันธ์เป็นพี่น้องกันธรรมดาแต่เพียงเท่านั้น
 
อื่นๆ
  • ขี้งกมาก เนื่องจากตอนมีชีวิตอยู่ดูแลเรื่องการเงินมากไป เพราะงั้นพยายามอย่ายืมเงินจากปฏิจจาเด็ดขาด
  • ทำอาหารพอได้และอร่อยด้วย เนื่องจากก่อนตายเข้าไปเนียนเดินเล่นในครัวบ่อย
  • ไม่ชอบอยู่ติดที่เท่าไร เดี๋ยวก็ไปๆมาๆอยู่เรื่อย แรงเยอะ และเป็นหมัดมวย
  • เรื่องที่แย่สุดๆคือร้องเพลง อย่ายุให้เจ้าตัวร้องออกมาเชียว......
  • เวลาส่วนตัว หรือเวลาพักชอบใส่โจงตัวเดียวเดินเกาพุงหัวยุ่งๆไปๆมาๆ

(ปฏิจจาในเวลาส่วนตัวแบบง่วงๆ....)

  • ความดันต่ำ ไม่ชอบให้ใครมาปลุก......
  • ด้านความสัมพันธ์กับศูนยตา ไม่ได้รู้สึกกับศูนยตาแบบคนรักอีกต่อไป ปล่อยไว้เพียงเป็นเรื่องในอดีตที่อย่าขุดคุ้ยเท่านั้นและทำตัวเป็นพี่ชายที่ดีมากๆของศูนยตาแทน เป็นห่วงเป็นใยน้องสาวฝาแฝดมาก กลัวเธอมาก สนิทมาก และเชื่อฟังเธอมากๆเช่นกัน 
  • ความรู้สึกระหว่างทั้งคู่ในตอนนี้มันไม่เหลือความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาวแล่ว แต่เหลือแค่ความปรารถนาดี ความผูกพันธ์ การอยากให้อีกฝ่ายมีความสุข อยากปกป้องอีกฝ่าย พร้อมจะรักคนอื่นใหม่ได้เสมอ และถ้าหากอีกฝ่ายจะไปมีใครก็ไม่รู้สึกหึงหวงใดๆ ขอแค่มีความสุขก็พอ เป็นความสัมพันธ์กำกวมที่ทั้งคู่เหมือนจะโอเคกับอะไรตรงนี้มากกว่า
  • อย่าไปขุดคุ้ยเรื่องของทั้งสองคนกับปฏิจจาเด็ดขาด พ่อคุณจะพาลโกรธคนนั้นมากๆด้วย
  • รสนิยมพ่อคุณยังไงก็ได้......ผู้หญิงผู้ชายก็ได้ น่ะ

 

สามง่าม

(ภาพปฏิจจากับสามง่าม "ศูนยตา"ในร่างสามง่าม)

 

ศูนยตา อ่านว่า สูน-ยะ-ตา แปลว่า "ความเป็นศูนย์" หรือ "ความไม่มี" 

อายุ : ตอนตายอายุ ๑๘ ปี เพศ : หญิง

ส่วนสูง : ร่างคน ๑๗๓ เซนติเมตร น้ำหนัก : ๔๗ กิโลกรัม สัดส่วน : คัฟ D

ร่างสามง่ามส่วนสูงเปลี่ยนได้เรื่อยๆ น้ำหนักเป็นศูนย์

ตำแหน่ง : สามง่าม

รูปพรรณสัณฐานร่างสามง่าม


  • มีลักษณะคล้ายๆกลุ่มควันยาวๆที่มีรูปลักษ์เป็นสามง่าม สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระและเข้าโจมตีวิญญาณบาปได้อย่างแม่นยำ  คนที่จะจับศูนตยาร่างนี้ได้โดยไม่เป็นอะไรมีเพียงปฏิจจา และท่านมัจเท่านั้น รูปร่างจะเป็นควันรูปสามง่ามแบบนี้ แต่เจ้าตัวสามารถปรับความยาวความหนาได้ตามใจ แล้วแต่อารมณ์แม่คุณ
  • ตามชื่อ "ศูนยตา" พลังของเธอคือ เมื่อเธอในร่างนี้สัมผัส หรือลอยผ่านสิ่งใด สิ่งนั้นจะค่อยๆสลายไป แต่เจ้าตัวจะปรับพลังได้ว่าจะให้อีกฝั่งศูนย์สลายไปมากแค่ไหน ตั้งแต่แค่ๆเปลี้ยๆเพลียๆ กระทั่งอวัยวะภายในหาย แขนหรือขาหายไป หรือหายมันไปหมดทั้งตัว และยังสามารถดูดสะท้อนพลังใดๆที่โจมตีเข้ามาให้กลายเป็นศูนย์ได้อีกด้วย

 

รูปพรรณสัณฐานร่างคน

  • หญิงสาวร่างเพรียว สูงโปร่งกว่าผู้หญิงทั่วไป และหน้าเหมือนปฏิจจา แค่ตาโตกว่าหน่อย ผิวเหลืองนวลเนียนละเอียด ผมสีดำขลับยาวสลายถึงปลายๆขาอ่อน ครึ่งบนจะรวบไว้เสอม จะปล่อยก็ยามเมื่อจะสระผมก็เท่านั้น
  • ห่มผ้าแถบสีเหลืองอ่อน นุ่งแบบแม่หญิงมอญ(ดังรูปข้างล่าง) โดยจะขมวดระหว่างหน้าอกเป็นเกลียวเพื่อความคล่องตัวและความแนบแน่น ใส่โจงกระเบนสีน้ำเงินอ่อนเพราะตายวันจันทร์ (ถ้าตายวันอื่นคงใส่สีอื่นน่ะนะ) นุ่งโจงแบบไว้จีบหน้านางเช่นเดียวกับแฝดพี่

  • เจาสะดือแล้วใส่ห่วงสีทองเอาไว้เหมือนพี่ชายฝาแฝด
  • ทีข้อมือทั้งสองข้างจะใส่กำไลข้อมือติดกระดิ่งทองเอาไว้ทั้งสองข้าง จะส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งเวลาเดินไปไหนมาไหน ต้นแขนสายจะผูกสายสินจน์สีเหลืองๆที่แม่บุญธรรมเคยให้เอาไว้เมื่อนานมาแล้ว
  • ที่ตาทั้งสองข้างจะทาชาดเอาไว้บริเวณหางตา มีไฝที่ใต้ตาซ้ายเหมือนปฏิจจา
  • มีแผลเป็นที่กลางหน้าอกและกลางหลัง (ดังภาพด้านล่าง) เรื่องนี้เจ้าตัวถือมาก ไม่ยอมให้ใครรู้และแม้แต่แฝดผู้พี่ก็ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองมี แน่นอนว่ารับตัวเองไม่ค่อยได้ด้วยที่มี

(ภาพยามนางปล่อยผมและแผลเป็นใหญ่ที่กลางหลัง)

 

 

พฤติกรรมและนิสัย

คุณสมบัติเพรียบพร้อม

เธอเป็นคนที่มีกริยามารยาทเรียบร้อย เพราะเติบโตมาในโรงครัวของสถานโคมเขียว เลยถูกอบรมบ่มนิสัยไปด้วย ทำอาหารเก่งมาก ทั้งอาหารเอก ขนมเอย แกะสลักอาหารเอย ร้อยมาลัยเอย ทำได้หมดทุกอย่าง เย็บปักถักร้อยก็เป็นเลิศ จะติดก็เพียงแค่คำพูดจำที่ตรงไปตรงมา แต่เป็นคนชอบพูดด้วยเสียงนุ่มๆเสมอเพื่อให้ผ