เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ.....
 
 
 
 
 

วันนั้นเป็นวันหยุด……

 

โอบ้ง โอบ้ง ที่ร้อนมากๆ ใช่ ร้อนมากๆ……..

 

 

“มิยะ!! หนีไป!!!!” ภาพของแม่ที่กระเสือกกระสนล้มลุกคลุกคลานอยู่ในห้องครัว ทุกอย่าง…..เป็นสีแดง……

ชายคนหนึ่ง ที่เธอเรียกว่า”พ่อ” เดินมาคร่อมร่างหญิงสาว ที่เธอเรียกว่า”แม่” แล้วกระหน่ำใช้วัตถุปลายเรียวแหลมที่เธอเรียกว่า “มีด” แทงลงไปที่ร่างของหญิงสาวที่กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด

ทั้งร่างสั่นเทา มันก้าวขาไม่ออก แต่มัน….ก็ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงที่จะสั่งให้ละสายตาจากสิ่งนั้น จากภาพตรงหน้า เหงื่อมากมายจากไหนก็ไม่รู้ ไม่รู้ว่าเพราะร้อน หรืออะไร ไม่รู้ ไม่รู้ สมองไม่สั่งการใดๆทั้งสิ้น

กลัว กลัว นี่มันเกิดอะไรขึ้น? มัน…..ก็น่าจะเหมือนการทะเลาะกันทุกครั้ง? ที่ลงไม้ลงมือนิดหน่อย แล้วก็จบ แต่ นี่มัน นี่มัน นี่มันอะไรกัน??????

“มิยะ!!!” ร่างโชกเลือดของหญิงสาวพุ่งตรงมาหาเธอ หลังจากที่เธอเพิ่งใช้เขียงฟาดหัวผู้เป็นสามีจนเสียศูนย์ ผู้เป็นแม่ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี กระชากจูงเธอให้วิ่งออกจากบ้าน และตอนนั้น ขาของเด็กหญิงฮิมุระ มิยะ ก็เพิ่งจะก้าวออก

แต่ถึงจะออกมาจากบ้านหลังนั้นแล้ว ถึงตำรวจจะมากันมากมาย  ถึงเธอจะมาอยู่ที่โรงพยาบาล ถึงแม่จะเริ่มหายดี ภาพนั้น มันก็ไม่หายไปจากหัวเสียที

เด็กหญิงวัยเก้าขวบไม่พูดกับใครเลยหลังจากเหตุการณ์นั้นถึงหนึ่งเดือน  ตลอดเวลาหนึ่งเดือน เธอเก็บตัวเงียบ ตื่นกลัวผู้ชายอย่างเห็นได้ชัด หน้าซีด สั่นกลัว กรีดร้อง หวาดผวาทันทีเมื่อได้อยู่ใกล้ๆ หรือแม้แต่เพียงได้ยินเสียง ภาพนั้น ยังคงติดตาอย่างล้างไม่ออก

เด็กหญิงตัวน้อยไม่เข้าใจ แม้จะพยายามสักแค่ไหน ภาพนั้นมันก็ไม่ออกไปเสียที หลับตาก็แล้ว กรีดร้องก็แล้ว พยายามแล้ว มันก็ไม่ออกไป หากแม้เพียงได้ยินเสียงทุ้มใหญ่ของผู้ชาย หรือเพียงได้อยู่ใกล้ๆก็แทบคลั่ง ภาพนั้นจะยิ่งแจ่มชัดมากขึ้นเท่านั้น ทำไม? ทำไม? ทำไม!!!!

 

คนไข้หมายเลข HN 012583 เด็กหญิง ฮิมระ มิยะ วัย 9 ปี จิตแพทย์วินิจฉัยแล้วว่าเป็นอาการของโรค Androphobia……ผู้ป่วยจิตเภทที่ต้องได้รับการบำบัดและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง 

โรงพยาบาลจิตเวชประจำเมืองชิโรอิวะ

 

……แม้จะผ่านมา 6 ปีแล้ว อาการก็เรียกว่าดีขึ้นในระดับหนึ่ง จากการเข้าพบจิตแพทย์ทุกอาทิตย์ ค่อยๆห่างเป็นเดือนละครั้ง อาการกรีดร้อง หายไป แต่ทุกอาการก็ยังคงอยู่ ถึงแม้จะลดลง ลดลง แต่ก็ไม่หายไปซะทีเดียว ถึงแม้จะสามารถอยู่ร่วมในสังคมได้ แต่ก็ยังไม่อาจจะสัมผัสได้

จนกระทั่งเข้ามาเรียนที่โรงเรียนชิโรอิคาวะ เนื่องจากจิตแพทย์ลงความเห็นแล้วว่าควรจะเรียนในโรงเรียนสหศึกษาน่าจะเป็นการบำบัดที่ดีที่สุดอีกหนึ่งวิธี

ปีหนึ่ง ปีสอง กระทั่งปีสาม อาการ เริ่มดีขึ้นทีละน้อย แต่ก็เพียง”ทีละน้อย” เท่านั้น…….เท่านั้นเอง แต่ฮิมุระ มิยะที่ตอนนี้อายุ 15 ปี ก็เริ่มจะชินชากับอาการแบบนี้ไปแล้ว กระทั่ง…..

 

“มากินโอโนมิยากิไหม?”

เนื้อหาในเมลสั้นๆ แต่ก็เป็นครั้งแรกได้มั้ง ที่ได้รับเมลจากผู้ชาย

มิยาโมโต้ โทโง หัวหน้าห้อง 3-b ก็ไม่รู้ว่าอะไรดลใจอีกเหมือนกัน เธอถึงไปตามคำชวน ครั้งแรก ที่ได้คุยกับคนๆนี้ และมันก็มีครั้งต่อไปเรื่อยๆ ผู้ชายในห้องคนที่สอง ที่เธอคุยด้วยได้……อย่างสบายใจ

ระยะทางระหว่างเดินไปสถานี เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอภาวนาให้ระยะทางมันยาวกว่านี้อีกสักนิดก็ดี

ครั้งแรก……ที่ช่วงเวลาแสนน่าเบื่อที่รอให้เวลาผ่านไปเพื่อกลับบ้าน มีค่ามากขึ้น เมื่อได้คุยกับคนๆนี้ ผู้ชายคนแรก ที่เธอสามารถแตะตัวด้วยได้ หลังจากถูกวินิจฉัยด้วยโรคนั้น

เวลาที่เหมือนจะถูกหยุดลง เมื่อ 6 ปีก่อน เริ่มเดินอีกครั้ง…..

เด็กสาวไม่เคยรู้ ว่ามันคือความรู้สึกอะไร ความรู้สึกใจเต้นตึกตัก ความรู้สึกเหมือนมีทุ่งดอกไม้มาบานอยู่ภายในตัว แม้จะเผลอคิดคาดคะเนไปว่า “ชอบ?”  แต่ทันทีที่คิดแบบนั้น เหตุผลอีกอย่างที่ตรงเข้ามาทับเธอโครมใหญ่คือ “Androphobia”

นั่นสิ…..เป็นไปไม่ได้ มัน “เป็นไปไม่ได้” เธอป่วย ใช่ “เธอป่วย” ป่วยด้วยโรคแบบนี้ แล้วจะไปชอบใครเขาได้ยังไง?

กระทั่ง วันที่รู้ว่า ในหัวใจของโทโง มีใครบางคนอยู่ในนั้น

ทสึคุโมะ คิรามิ เพื่อนสาวในห้อง คิรามิจังที่น่ารักมากๆ เรียบร้อย อ่อนหวาน น่าทนุถนอม

 

โทโง ชอบ คิรามิจัง

 

ก็เหมาะสมกันดี ก็ดีแล้ทีเขาชอบกัน แต่ทำไมก็ไม่รู้ มันถึงเจ็บจนไม่รู้จะทำยังไง ทำไมตัวถึงชาได้ขนาดนั้น น้ำตาจากไหนก็ไม่รู้ไหลออกมาทำไม? เธอป่วยนะ? คนป่วย ป่วยด้วยโรคแบบนี้ แตะตัวผู้ชายยังแทบจะไม่ได้ แล้วจะไปชอบใครเขาได้ยังไง?????

 

 "ผมว่าคุณหนูควรจะฝึกตั้งตัวและเลิกฟุ้งซ่านอยู่คนเดียวในหัวได้แล้วนะ"

 

“ งั้นคุณก็คงชอบเขาคนนั้นสินะครับ ......”

 

“ถ้าไม่เข้าใจ ก็อย่าพยายามไปเข้าใจเลยครับ ปล่อยมัน เอาไว้อย่างนั้นเถอะ”


งั้นเหรอ? นั่นสินะ ยอมรับความจริง แล้วปล่อยมันเอาไว้ อย่าไปแตะต้อง สักวัน มันต้องหายเจ็บ หายเจ็บแน่ๆ ใช้ชีวิตไปตามปกติ สักวัน แต่ก็คงยังไม่ใช่ตอนนี้

 

ยอมรับ ว่าถึงป่วย แต่ก็คือมนุษย์ที่จะมี ความรู้สึก “ชอบ” ใครสักคนขึ้นมาได้

 

นั่นสินะ ใช้ชีวิตไปตามปกติ ยิ้มเข้าไว้ เดี๋ยวมัน ก็จะค่อยๆจางไปเอง……

 

“อ๊ะ ต้องยิ้มแบบนี้ล่ะถึงจะสมเป็นมิยะซัง!”        

เอ๋?

 

                                                                                      “ไม่เคยฟังเพลงนี้ แต่ชอบที่มิยะซังเล่นนะครับ!”

อ่ะนะ,,

 

                                   "ผมพับเป็นแต่นกกับเต่าน่ะ *หัวเราะ* มิยะซังช่วยสอนพับคุณจิ้งจอกด้วยได้มั้ยครับ?"

หืม? ได้สิ

 

ถ้าคนที่เรารักมีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่ สำหรับผม...นั่นก็เป็นเรื่องที่ดีที่สุดแล้วล่ะครับ 

งั้นเหรอ?

 

ถ้าไม่รังเกียจ...ให้ผมไปส่งที่บ้านมั้ยครับ นี่ก็ดึกแล้วด้วย...

หา? เอางั้นก็ได้

 

ถ้ามีเรื่องอะไรที่อยากระบายอีกล่ะก็...โทรหาผมได้นะครับ

เอ๋?.....อืมนะ

 

-วันคริสมาสต์อีฟ-

“ฮิเมะน่ะ .. ไม่ยอมยกให้หรอกนะ ฮิเมะไม่ยอมยกคาสึกิคุงให้หรอกนะ !!”เด็กสาวตัวเล็กที่นั่งอยู่อีกฝั่งตบโต๊ะลุกขึ้นยืนกระแทกเสียงกร้าว ก่อนจะลงนั่งเหมือนเดิม  ไอคาวะ ฮิเมะ เพื่อนในห้อง ที่เมื่อกี้บังเอิญเจอกันเลยโดนชวนมากินพิซซ่า……เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนน่ะนะ

ฮิมุระ มิยะ นักเรียนหญิงหมายเลข 17 ได้แต่มองอีกฝ่ายกระพริบตาปริบๆพลางดูโค้กไปเรื่อยอย่างใจเย็นราวกับว่าเรื่องเมื่อกี้มันเป็นความปกติธรรมดาบนโลกใบนี้

ไม่ได้ชินชาหรอกนะ แต่มันตกใจจนไม่รู้จะทำยังไงเลยนั่งมองเฉยๆแค่นั้นแหละ…..

“อ่อ ฮิเมะจังชอบชิราคาวะซังใช่ม้าาา? อ๋อ!! เข้าใจแล้วล่ะ รวบรวมความกล้าไปบอกเขาสิไม่ใช่มาบอกฉันน่ะ สู้ๆนะ” เอ่ยกลั้วหัวเราะแล้วยื่นผ้าเช็ดปากให้คนที่นั่งตรงข้ามที่ตอนนี้พูดไม่เป็นภาษาเพราะซุปผักโขมที่ยังเคี้ยวไม่หมด

“เดี๋ยวฉันคงต้องไปแล้วล่ะ ต้องไปเตรียมการแสดงน่ะ ส่วนของฉันวางไว้นี่นะ เคี้ยวให้หมดก่อนล่ะ เดี๋ยวจะติดคอนะ ฉันต้องไปแล้วล่ะ แล้วเจอกันนะ อ่ะใช่ สู้ๆนะฮิเมะจัง ฉันเชียร์อัพล่ะ” ลุกขึ้นยืนวางเงินไว้ แล้วชูสองนิ้วให้คนที่นั่งตรงข้ามยิ้มๆ แล้วเดินออกมาจากร้านพิซซ่าอย่างอารมณ์ดี

บรรยากาศรอบๆในเมืองที่ตอนนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศของคริสมาสต์  ต้นคริสมาสต์ต้นเล็ก ต้นใหญ่ที่นำมาจัดวางไว้ตามร้านต่างๆ เพลงที่เปิดก็ล้วนแต่เป็นเพลงของคริสมาสต์ทั้งนั้น

แปลก….

ชิราคาวะ คาสึกิ เพื่อนผู้ชายในห้องที่เธอคุยด้วยได้เพราะความบังเอิญ ก็แค่หมอนั่นเล่นเปียโนเก่ง ไม่สิ เก่งมาก เก่งมากกว่าเธอด้วยซ้ำ เธอคงสละสิทธิวิทยาลัยดนตรีที่ไปสมัครตั้งแต่ยังไม่ได้สอบแน่ๆ ถ้ารู้ว่าคนๆนี้ไปสมัคร

แปลก ที่พอได้ยินฮิเมะจังพูดแบบนั้น แล้วมัน ก็นึกถึงเรื่องที่เพิ่งผ่านมาไม่นาน

ไม่รู้…..ไม่แน่ใจ ไม่แน่ใจกับอะไรทั้งนั้น ไม่เข้าใจด้วย

แน่นอนว่าเธอยังรู้สึกโหวงๆในอกทุกครั้งเวลาเห็นโทโงอยู่กับคิรามิ แต่มันก็แปลก แปลกมาก ที่เผลอรู้สึกแบบนั้นตอนได้ยินฮิเมะจังพูดออกมาแบบนั้น แบบนี้มันแย่มากไม่ใช่รึไง?

เชียร์อัพ? ก็เชียร์ แต่…….

ชิราคาวะซังจะชอบใคร ก็ไม่แปลกนี่ การที่เด็กคนนั้นชอบชิราคาวะซังก็ไม่แปลก และแน่นอนว่าเธอก็เชียร์ด้วยถ้าเด็กคนนั้นจะบอกความรู้สึกกับชิราคาวะซัง เพราะเธอคิอว่านั่นคือสิทธิของบุคคลๆนึง ที่จะบอกความรู้สึกของตัวเองให้อีกฝ่ายรับรู้ “สิทธิ” ที่เธอคิดว่า เธอก็คงมี แต่………

 

                 "ผมว่าคุณหนูควรจะฝึกตั้งตัวและเลิกฟุ้งซ่านอยู่คนเดียวในหัวได้แล้วนะ"


เด็กสาวเดินครุ่นคิด อย่างไม่เข้าใจตัวเองก่อนจะสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อได้ยินอินโทรเพลง Akai ito ของ kobukuro&YUI ลอยมาตามเสียงตามสายของย่านการค้า

“เพลงนี้……….” เด็กสาวหยุดยืนฟังครู่หนึ่ง เพลงประกอบซีรี่ย์ที่เธอเคยดู แต่ก็ไม่ได้ฟังมันมานานแล้ว ไม่นึกว่าเขาจะเอามาเปิดในช่วงเวลาแบบนี้…..

 

心の通わぬ やりとりばかり これ以上くり返すよりも
あなたの心が 答え出すまで このまま2人会わない方が
それが明日でも 5年先でも いつでもここで待ってるから
約束しようよ そして2人 心に赤い糸をしっかり結んで
การมอบให้กันโดยที่ไม่ได้ผ่านหัวใจ แทนที่เราจะทำอย่างนี้ต่อไป
จนกว่าหัวใจของเธอจะให้คำตอบ เราสองจนอย่าเพิ่งเจอกันเลยดีกว่า
ไม่ว่าจะวันพรุ่งนี้ หรืออีกห้าปี ฉันจะรออยู่ตรงนี้
สัญญากันสิ แล้วเราสองคน ผูกด้ายแดงแน่นๆ ไว้ที่หัวใจ


ด้ายแดง? งั้นเหรอ? ชอบ?

 

 

時間ばかりが無情にも過ぎ 途方に暮れる まぶたの裏に
他の誰かと歩く君の姿が浮かんで
もう2度と会えないような気がしてた
いっそ会わずにいようかとも
はりさける胸押さえながら 信じてきたその答えが今

ระยะเวลามันช่างไร้จิตใจ ฉันสับสน พอหลับตา
ภาพของเธอเดินเคียงข้างใครคนอื่นมันก็ลอยขึ้นมา...
คิดว่าคงจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว
คงไม่ต้องมารอพบกันอีกแล้ว
ขณะที่บังคับจิตใจที่แทบจะระเบิด คำตอบที่เชื่อมาตลอดตอนนี้

 

คงไม่ ไม่รู้……..มันก็เหมือนว่าจะเป็นแบบนั้น แต่ ยังไม่แน่ใจ…..

 

愛されることを望むばかりで 信じることを忘れないで
ゴールの見えない旅でもいい
愛する人と 信じる道を さあゆっくりと歩こう

ขอพรว่าอยากถูกรัก จงอย่าลืมสิ่งที่เชื่อ
จะให้เป็นการเดินทางที่มองไม่เห็นจุดหมายก็ไม่เป็นไร
กับคนที่รัก บนเส้นทางที่เชื่อ ค่อยๆ เดินไปข้างหน้ากันเถอะ 

 

さあゆっくりと歩こう….

ค่อยๆเดินไปข้างหน้ากันเถอะนะ

 

เพลงจบลงแล้ว เหลือไว้เพียงบรรยากาศของคริสมาสต์และเด็กสาวที่ได้แต่หยุดยืนนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น เธอส่ายหน้าไล่ความคิดฟุ้งซ่านทุกอย่างในหัวออกไป ตามที่เคยได้ยินคุณลุงโคจิพุดเอาไว้

 

เลิกฟุ้งซ่านในหัว แล้วฝึก ตั้งตัว ใช่………. 

ทั้งสองเท้าเริ่มออกวิ่ง สองตาไล่กวาดสายตามองของที่ขายในย่านการค้า จากร้านนั้นออกร้านนี้ จากร้านนี้ออกร้านนู้น หิมะเริ่มตกลงมาแล้ว เวลาก็เริ่มกระชั้นขึ้นมาทุกที แต่เธอก็ยังคงไม่หยุดวิ่ง ไม่แม้แต่จะหยุดกางร่ม เหมือนตามหาบางสิ่งบางอย่าง ไล่กวาดสายตาไปตามชั้นวางสินค้า เกือบทุกร้าน แต่ก็ยังคงไม่เจอสิ่งที่ต้องการ

 

อยู่ไหนนะ…..

สองเท้าชะงักกึกกะทันหันจนแทบจะล้มลงไปข้างหน้า แต่โชคดีที่ทรงตัวเองไว้ทัน รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปาก ลมหายใจหอบถี่ด้วยความเหนื่อยอ่อน และด้วยความหนาวเย็นในเดือนธันวาทำให้ลมที่หอบหายใจกลายเป็นไอ เธอเอื้อมมือไปแต่กระจกหน้าร้านด้วยความดีใจ สายตาที่เมื่อกี้ไล่กวาดไปมาเพื่อหาสิ่งของสิ่งนี้ หยุดลงที่สิ่งของตรงหน้า

 

 

 

 
 

ฉันอาจจะยังไม่มั่นใจนักหรอกนะ ว่าความรู้สึกที่มีอยู่มันคืออะไร? ความรู้สึกแบบนี้ มันแปลว่าชอบหรือเปล่า? ฉันไม่มั่นใจนักหรอกนะ

แน่นอนว่าฉันยังตัดใจจากโทโงไม่ได้ แต่ ถ้าการบอกความรู้สึกที่เรามีกับใครอีกคนให้เขารับรู้ จะเป็นสิทธิที่เด็กผู้หญิงทุกคนมี เพราะงั้นฉันก็มีสิทธินั้น ใช่ไหม?…..

ฉันอาจจะยังไม่แน่ใจ เพราะงั้น รอก่อนได้ไหม? รอให้ฉันมั่นใจก่อนได้ไหม?

 

                さあゆっくりと歩こう….

 

-Fin-

และแถมท้าย….

 

 

กล่องดนตรีอันนั้นน่ะ **เริ่มพูดขึ้นมา**

ครับ?

หาตั้งนานกว่าจะเจอเพลงนั้น เพิ่งเจอเมื่อตอนเย็น

 ก่อนจะมานี่แหละ =..= **หายใจเป็นไอ***

 

ตั้งใจหาเพลงนั้นโดยเฉพาะเลยเหรอครับ?

 มันหายากพอสมควรเลยนะ ว่าแต่...ทำไมต้องเป็น akai ito ด้วยล่ะครับ?

 

**เงียบไปอีกพักใหญ่ๆ** ...............

คงเป็นเหตุผลเดียวกับที่ฉันเต้นรำกับนายได้ล่ะมั้ง **เงยหน้าหายใจเป็นไอ**

 

 *เอียงคอ* อืม...ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่หรอกนะครับ

 แต่ก็รู้สึกได้ว่าต้องเป็นเรื่องที่ดีแน่ๆเลย *ยิ้ม*

 ゴールの見えない旅でもいい 愛する人と

信じる道を さあゆっくりと歩こう~~

**ร้องท่อนสุดท้ายของเพลงนี้เบาๆลอยๆ**

 

さあゆっくりと歩こう........**หันไปย้ำประโยคนี้เบาๆ**

 

 *เงียบไปพักนึง* .........นั่นสินะครับ

อืม........นั่นแหละ **ยิ้มบางๆ** เพราะงั้นถึงเป็นเพลงนี้

ขอโทษด้วยนะ **เอียงคอขำ**

 

*หันไปทางมิยะซังแล้วพูดอย่างร่าเริง*

「さあゆっくりと歩こう!」

 

 

はい…..さあゆっくりと歩こう…..

 

 ((แปลทั้งเพลงไปที่นี่เลยจ่ะ http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=raburetta&month=30-03-2010&group=17&gblog=6))

 

---------------------------------------

ยาวหน่อยนะก๊ะ ขออภัยที่ไม่ได้ขออนุญาติทุกคนที่มาโผล่ในฟิคนะคะ

Tags: br 3 Comments

Comment

Comment:

Tweet

อ่านแล้วเขินแบบเขินมากกกกกกกกเลยล่ะค่ะ (>////<)
มีโคทข้อความของคาสึกิคุงมาด้วยอ้ะ!! *ผปค.ช็อก*

อ่านฟิคแล้วทำให้เข้าใจความเป็นมาเป็นไปของมิยะจังเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ
เวลาโรลเรียลไทม์ บางทีอาจจะมีความรู้สึกบางอย่างที่ตกหล่นไป
แต่ฟองเอามาบรรยายได้ชัดเจนมากๆ ซึ้งมากๆโดยที่ไม่ต้องใช้คำฟุ่มเฟือยเลย
โดยเฉพาะเพลง akai ito เนี่ยสื่อความรู้สึกของมิยะจังได้ดีจริงๆ
ชอบฟิคเรื่องนี้มากๆค่ะ! XD

จะค่อยๆเฝ้ามองความเป็นไปของรักสามเส้านี้นะคะ *จะพยายามโรลให้บ่อยขึ้นด้วย (ฮา)*

#3 By ★奈良★ on 2011-12-26 23:14

สาวน้อยมีปัญหาครอบครัว กับสาวน้อยกว่าที่คิดว่าตัวเองมีปัญหาครอบครัว
สาวน้อยผิดปกติที่ยอมรับตัวเอง กับสาวน้อยกว่าที่ผิดปกติแต่ไม่ยอมรับ

ทำไมดูน่ากลัวแปลกๆ /หัวเราะร่วน

แต่ถ้าเทียบอาการแล้ว ผปค.อยากพาฮิเมะจังไปหาจิตแพทย์มั่งนะเนี่ย lol (แต่จะโดนชีแทงตายมั้ย)

#2 By ヘクスセン69™ on 2011-12-26 14:28

อากิระ : ....เป็นวัยรุ่นมันเหนืื่อยนะครับ
/หันไปกด PSP ต่อ

(ผปค) ต๊าย ลูกฉันหยาบคายมาก ขอโทษนะคะ (หันไปตบตีๆ) เสียดายจัง น่าแคสตัวละครผู้หญิง จะได้เป็นเพื่อนคุยกับมิยะมากๆ (ดันแคสเป็นเด็กผู้ชายที่นิสัยไม่เข้ากับมิยะอีก...จะได้คุยกันไหม? T^T) อ่านแล้วขนลุกจริงๆ ค่ะ เรื่องของ มิยะจังเนี่ย ฮือๆๆๆๆ

#1 By por_kk on 2011-12-26 14:16

Recommend