“เราไม่ได้เกิดมาเป็นผู้หญิง แต่เราถูกทำให้กลายเป็นผู้หญิง”

มันเป็นวจีที่อยู่ในหนังสือเล่มไหนสักเล่มที่เราหยิบมาอ่าน (แต่ตรูจำไม่ได้แล้ว)

 

ตั้งแต่อดีตจากหนังสือประวัติศาสตร์หลายๆเล่ม เราจะรู้ได้เลยว่า ผู้หญิงแทบมีค่าไม่ต่างจากสิ่งของ (ที่จริงมัีนแรงกว่านั้นแต่ไม่อยากเขียน)

เรามาดูกันดีกว่าว่า สมัยก่อนผู้หญิงนั้นมีค่าแค่ไหน?

ในญี่ปุ่น วัฒนธรรมเฮอัน (มันมีเขียนไว้จริงๆในหนังสือ the heian civillization) ว่า...

"หากเกิดเป็นชาย วิธีที่จะสร้างเกรียตริยศและชื่อเสียงให้แก่ตนและวงศ์ตระกูล ก็คือทำงาน ทำความดีความชอบเยอะๆ แต่หากเกิดเป็นหญิงในตระกูลสูงศักดิ์ จงเร่งทำตัวให้งดงาม ฉลาดเฉลียว เพื่อให้เป็นที่โปรดปรานของพระจักรพรรดิ และรีบมีลูกให้เร็วที่สุด!! หากบุตรนั้นเป็นชาย มีความหมายว่า จะได้เป็นพระพันปี และวงศ์ตระกุลจะไม่มีทางอับจน ถ้าเป็นหญิง ก็จงเร่งพยายามใหม่ให้ได้ลูกชายก่อนสนมคนอื่นๆ"

(อ่านแล้วรู้สึกว่า นี่มันผู้หญิง หรือเครื่องฟักไข่?)

ไม่ใช่แค่ในวัฒนธรรมญี่ปุ่น ทุกวัฒนธรรม ลูกสาวกลายเป็นเครื่องมือที่ ถูกใช้เป็นบันไดใต่เต้าเพื่อให้ได้เกรียติยศและศักดิ์ศรีอีกมากมาย แก่วงศ์ตระกูล

ในสมัยวัฒนธรรมออตโตมาน หรือพวกสุลต่าน หญิงใดได้เข้าไปรับใช้ในฮาเร็มก็ถือว่าเป็นเกรียติสูงสุดของชีวิตที่ผู้หญิงคนนั้นจะมีได้ หน้าที่ก็มีแค่ ทำตัวเองให้งดงาม ฉลาดเฉลียว เด่นกว่าสาวๆอีกนับพัน เพื่อให้เป็ฯที่โปรนปรานของสุลต่าน

ในยุโรป จะมีการแต่งงานเพื่อขยายอำนาจ และแน่นอน ลูกสาวก็เป็นเครื่องมือสำคัญเหมือนกันในฝรั่งเศส หรืออังกฤษ  หากทำตัวให้เป็นที่โปรดปรานเข้าไว้ ให้กษัตริย์ได้เชยชม ถ้ากษัตริย์ไม่ได้โปรดปรานอีกต่อไป อาจจะไม่ได้หมายถึงแค่ ตำแหน่ง สมบัติเงินทอง แต่นั่นอาจจะหมายถึงชีวิต

ไม่ต้องมองไกล แม้แต่สังคมไทยในอดีต หากบ้านขุนนางบ้านใดมีลูกสาว ทางบ้านจะรีบจัดเตรียมให้ถวายตัวเข้าเป็นบาทจาริกาในวังกันหมดบ้าน เผื่อหากว่าฟลุค อาจจะได้ขั้นเจ้าจอม พระชายา พระมเหสี ทางบ้านก็จะสบายไปทั้งชาติ ได้ทั้งเกรียติยศ ศักดิ์ศรี แถมมีกินไปทั้งชาติ

คำถาม? ตลอดเวลาที่ผ่านมาผู้หญิงคืออะไร?

 

ในปัจจุบัณมีหลายองกรณ์ที่ออกมาพูดเรื่องเฟมินิสอย่างจริงจัง จนอาจจะพูดได้ว่า สังคมทุกวันนี้ หญิงชายเท่าเทียมกันอย่างแท้จริงแล้ว

แต่สำหรับเรา เราคิดว่าไม่ใช่แน่ๆ สังคมไทยนั้นก็ถือว่าเป็นสังคมที่กดขี่ผู้หญิงอยู่พอสมควร (ถึงอาจจะไม่หนักเท่าจีนหรือแถวตะวันออกกลาง)  แต่ในสมัยนี้หลายคนอาจจะบอกว่า ประเทศไำทยนั้นชายหญิงเท่าเทียมกันแล้ว

แต่สำหรับเรา เราคิดว่ามันไม่ใช่นะ 

เอาเรื่องง่ายๆ แค่เรื่อง "ความบริสุทธิ์" ผู้ชายหลายคนอยากได้ผู้หญิงที่บริสุทธิ์มาเป็นภรรยา สังคมไทยเป็นสังคมที่สอนเรื่องรักนวลสงวนตัว สำหรับเราเราก็ว่ามันโอเคนะ แต่ประเด็นที่อยากจะถามคือ "รักษาไว้เพื่อใคร?"

เราเคยได้ยินหลายบ้าน สอนลูกสาวกันมาเรื่อยๆว่า

"ไม่มีผู้ชายคนไหนอยากได้ผู้หญิงไม่บริสุทธิ์มาเป็นภรรยาหรอก"

"อยากจะเป็นผู้หญิงที่มีคุณค่าในสายตาเขา  หรือเป็นแค่ของมือสอง?"

"ความบริสุทธิ์เป็นสิ่งที่ผู้หญิงควรหวงแหนไว้เพื่อสามีในอนาคตเท่านั้น"

 

เราก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะ เราก็คิดนะว่าเรื่อง"รักนวสงวนตัว"เป็นเรื่องที่ดีมากๆ

แต่ทำไมต้ัองสอนว่า ควรจะรักษาไว้ให้"ผู้ชาย"

แล้วถ้ารักษาเอาไว้เพื่อตัวเองนั้น ไม่ได้หรือ?

การมีเซ็กก่อนวัยอันควร มันเป็นเรื่องไม่สมควรอยู่แล้ว เพราะเรายังต้องเรียน หากมีเรื่องอะไรขึ้นมาก็เท่ากับอนาคตดับวูบ ทุกอย่างหมดสิ้น ยิ่งถ้าติดโรคนี่ ชีวิตคงหมดแล้ว

ซึ่งเรามีข้ออ้างมากมายที่จะสอนเด็กผู้หญิงว่าเพราะอะไร แต่ในขณะที่เกือบทุกบ้าน มักจะอ้างคำสอนมึนๆว่า "เราจะไม่มีคุณค่า ในสายตาคนส่วนใหญ่" กลายเป็นว่า งั้นถ้าผู้หญิงคนหนึ่งผ่านผู้ชายมาแล้วก็เท่ากับหมดค่าแล้วงั้นหรือ?

เราก็ยังยืนยันนะ ว่าการสอนให้ผู้หญิง"รักนวลสงวนตัว" นั้นเป็นเรื่องดี เพราะการผ่านมือมาเยอะๆมันก็คงไม่ต่างอะไรกับ ผู้หญิงที่ทำแบบนั้นเป็นอาชีพ แต่อยากให้ใช้อย่างอื่นมาอ้างมากกว่าคำว่า"หมดค่า หมดราคา"

เรื่องนี้พูดไปก็อาจจะต้องแก้ยาว เพราะแบบเรายังอยู่ในโลกที่ผู้ชายเป็นใหญ่ ความคิดจากรากฐานเก่าๆก็ยังคงมีพลัง มีเพื่อนคนนึงเคยบอกเราว่า

"เรื่องนี้มันก็เป็นความคิดของแต่ละคนว่าคิดยังไง บางคนอาจจะคิดว่า "คุณค่า" เป็นสัมพัทธ์ ต้องขึ้นอยู่กับสังคม ขึ้นอยู่กับการประเมินค่าของคนอื่น ในขณะที่บางคนคิดว่า "คุณค่า" เป็นสัมบูรณ์ ไม่ว่าจะมีใครมาชื่นชมหรือไม่ ของที่ค่าก็ย่อมมีค่าอยู่ดี"

แต่ในขณะที่เราเคยรู้จักพี่ชายคนนึง พี่คนนี้แกฟันดะไม่เลือก คนไหนมาเป็นแฟนพี่แกนี่เสร็จพี่แกหมดเลย แต่พี่แกเคยพูดไว้ว่า

"ผู้หญิงที่ยอมพี่ง่ายๆน่ะพี่ไม่เอาเป็นแม่ของลุกพี่หรอก"

(แล้วมันจะมีไหมคะพี่ เห็นพี่ฟันดะตลอด?)

สำหรับเรานะ เราเคยอยู่สังคมด้านมืดมาก่อน (ไม่รู้ว่าการที่ผ่านการอยู่ในสังคมแบบนั้นแบบอยุ่รอดปลอดภัยเขี้ยวเล็บของอบายมุขมานี่ตรูทำได้ยังไำงฟระ? ตอนนั้นี่รอบตัวมันมีแต่เซ็ก ยาเสพติด บลาบลาบลา)

เพื่อนๆเราหลายคน ทีตอนนี้เป็นแม่กันไปหมดแว้ว พวกเธอก็แค่เลือกเดินทางผิด เผลอไผลไปอยู่ในโลกของอบายมุขจนเผลอตั้งท้องตอนอายุแค่ 13-14 แต่พวกเธอก็สู้ต่อนะแต่ในขณะที่สังคมส่วนใหญ่ ถ้ารู้เรื่องในอดีตของเธอ ร้อยทั้งร้อยจะตีค่าพวกเธอว่าไม่มีค่า ไม่สมควรอยู่ในสังคมไปแล้ว

เพื่อนเราคนหนึ่ง เธอ"ถูกข่มขืน" จนตั้งท้อง ตอนอายุ แค่ 15 แต่เธอก็ดีที่คิดดี (เธอเรียนเก่งมากๆนะขอบอก) ทุกวันนี้ก็เรียนมหาลัยอยู่ แต่เนื่องจากมันเป็นมหาวิทยาลัย ในจังหวัีด เพื่อนจากรร.เก่าหลายคนก็เยอะ มันก็เลยรู้ๆกันว่าเธอมีลูกสาวตัวเล็กๆ แน่นอนค่ะ เธอไม่มีใครคบ เพราะคนนอกมองว่าเธอสำส่อน บลาบลาบลา หรือว่าอะไร ทั้งๆที่มันเกิดจากสิ่งที่เธอไม่ได้ก่อ แต่สังคมกลับมองว่าเธอหมดค่าไปแล้ว ได้ข่าวมาว่าตอนนี้ก็ดร๊อปเพราะทนแรงกดดันไม่ไหว เลยออกมาหางานทำและอาจจะไปเรียน ปวส.

เพื่อนเราอีกคน เคยเป็นเด็ก"ล่าแต้ม"ตอน ม.2 แต่ชีก็สนุกอยู่ช่วงนึง แล้วเหมือนมีปัญหากับแม่อะไรสักอย่าง เลยกลับมาเรียน ตอนนี้ก็ยังเรียนอยู่ แต่แน่นอน สังคมก็ตราหน้าเธอไปหมดแล้วว่า"หมดค่า" หมดราคา ผู้ชายที่เธอเคยเผลอมีอะไรด้วยตอนยังรักสนุก เอาเธอมาเผาซะจน ทุกวันนี้เธอเดินไปไหนมีแต่คนดูถูก

ฯลฯ

สำหรับเรา เราเป็ฯเพื่อน เรารู้จักกับสาวๆพวกนี้ พวกเธอเป็นเพื่อนที่ดีมาก ถึงแม้คำพูดคำจาอาจจะมีภาษาพ่อขุนฯบ้าง แต่พวกเธอน่ารักมาก และเป็ฯแม่ที่ดีของลูกเธอด้วยนะ 

เมื่อไม่นานมานี้เราก็มีโอกาสได้คุยกับเพื่อนแหละ เราก็เลยปี๊ดขึ้นมา ว่า "ทำไมสังคมปัจจุบัณถึงตีค่าผู้หญิงแค่นี้" ก็เลยกลายเป้ฯเอนทรี่นี้น่ะนะ 

สำหรับคุณ คุณยังจะตอบได้ไหมว่า เวลารู้เรื่องของเพื่อนบางคนว่าผ่านใครมาบ้างยังจะมองหน้าเขาติด?

จะไม่ดูถูกเขาในใจ? จะไม่รังเกียจเขา?

อันนี้ทุกคนต้องไปตอบเองค่ะ สำหรับข้าน้อย "ไม่"ในทุกกรณี อย่างน้อยเพื่อนๆพวกนี้ก็จริงใจมากค่ะ ขอให้พวกเธอสู้ต่อไปนะ ^  ^ สักวันในสังคมคงมีที่ยืนให้พวกเธอแหละ

 

ป.ล.อาจจะเขียนเอนทรี่นี้มึนๆไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่เพราะมันโมโหอ่ะ แง่ง ทำกะเพื่อนฉันกันได้ ใจแคบที่สุด!!!

 

 

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

เคยมีแหล่งข่างต่างประเทศ ที่ใดไม่ทราบ ตอนนั้นเคยเปิดไปเจอแล้วปรากฎว่า

ญ.ที่เป็นเฟมินิสต์จะโดนอาชญากรเล่นงานในทุกรูปแบบ

เราเคยอ่านข่าวที่ผ่านมานี้ เหตุการณ์ที่บราซิล คือประมาณว่า

มีญ.เฟมินิสต์ ถูกทำร้ายร้างกายระหว่างการลาคลอด โดยมีการขโมยลูกของเธอไป ซึ่งเป็นลูกสาวด้วยวัยเพียง1เดือน ส่วนสามีนั้นได้แยกทางกันก่อนแล้ว

และอาชญากรผู้นั้น ได้ตัดแขนขาเด็กทารกทิ้งไว้แล้วพร้อมทิ้งจดหมายเป็นลักษณะพิมพ์ข้อความว่า "ลูกของแกนั้นพวกฉันจะเอาไปทำเป็นเด็กหญิงขอทาน"

นี่แค่ยกตัวอย่างบางเรื่อง แต่ถ้าเราคิดว่านะ คนพวกนี้ต้องไปขัดสิทธิของผู้ชายบางประการแน่ๆ แล้วตามข่าวเขายังบอกอีกว่า มีการก่ออาชญากรรมต่อสตรีพวกเฟมินิสต์โดยเน้นใช้ความรุนแรงอย่างหนักหน่วงกว่าคนปกติทั่วๆไป

เคยมีนักโทษคดีฆ่าภรรยาอย่างเหี้ยมโหดเพราะภรรยาไม่เคยให้เกียติเขาเลยหลังแต่งงานกัน
ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ให้ซักถามจำเลย ซึ่งสามีได้ตอบว่าไงรู้ป่ะ

"อย่ามาทะลึ่งกับความรู้สึกของผู้ชาย ผู้ชายไม่ได้มีความอดทนเหมือนผู้หญิง วันใดที่ความอดทนนั้นหมดไปวันนั้นคือวันตายของผู้หญิง"

เอายกมาแค่นี้ก่อนแระกัน เท่าที่จำความได้

ปล.เคยมีอ่านบันทึกคดีน่ะ กำลังคิดว่าจะเปิดกระทู้รวบรวมคดีประเภทฆ่าหรือทำร้ายพวกสตรีเฟมินิสต์นี้มาให้อ่านกัน แต่เท่าที่รู้นะ มีเยอะมากๆ
แสดงว่าผู้ชายไม่ว่าที่ใดในโลก เขาไม่ยอมก้มหัวให้ใครจริงๆ

#26 By สาวฉลาด (182.53.39.217) on 2011-11-30 22:36

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A1

http://en.wikipedia.org/wiki/Feminist_theory

http://www.feminist.com/

http://www.museum.msu.ac.th/webMuseum2/article/19.pdf

นี่เป็นข้อมูลและเว๊ปไซด์ที่กล่าวถึง จะได้รุ้ว่าผมไม่ได้นั่นเทียนเขียนเอง

#25 By ฆฟาีพฟ พนทฟืะรแ (125.25.102.101) on 2011-11-30 19:58

เห็นด้วยเหมือนกันค่ะ
เอาเข้าจริง ผู้หญิงบ้านเราก็ถูกสอนกันมาแบบนี้เนอะ
(กลับกัน เอนทรี่ย์นี้ทำให้เรานึกถึงเพื่อนคนนึงที่เคยมาคุยในหัวข้อประมาณนี้เหมือนกัน แต่เป็นเพื่อนผู้ชายล่ะค่ะ = =)

อย่างเวลาผู้ชายด่าผู้ชายอีกคน บางทียังด่าว่า ให้ไปใส่กระโปรงซะ เลยเนอะ
เวลาเราได้ยิน ก็ตะหงิดๆเหมือนกัน sad smile

#24 By -+[@~AMECOCO~@]+- on 2011-11-30 19:46

จากที่ผมอ่านมานั้น นี่ไม่ใช่บทความที่เขียนเชิง เฟมินิส100% นะครับ เท่าที่อ่านมันออกจะมาในรูปขอ sexiste (เหยียดเพศ) มากกว่า คุณไปอ่านคำว่า feminist ใหม่นะครับ มีคนบัญญัติเอาไว้แล้ว ว่ามันไม่ได้มีแค่เรื่องเซ็กซ์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น การที่คุณจะเขียนอะไรทำนองนี้ในบทความทางวิชาการ คุณจะต้องมีข้อมูลครบถ้วน และอย่างให้คนอื่นเข้าใจผิด feminist นั้นไม่ได้มีแค่เรื่องเหยียดอย่างว่า หรือเอาผู้หญฺงเป็นแค่เครื่องมือในการะบายอารมณ์ของผู้ชายเท่านั้น มันยังมีเรื่องสิทธิอื่นๆเช่น การเลือกตั้ง การให้สิทธิผู้หญฺงเข้าทำงานได้อย่างเท่าเทียมผู้ชาย การที่คุณเขียนออกมาในรูปแบบนี้ คุณมีความเข้าใจผิดอะไรบางอย่างหรือเปล่า อย่าเอาประสบการณ์ส่วนตัวมาตัดสินในบทความเชิงแบบนี้ เพราะมันเท่ากับว่าคุณเอาแค่ส่วนหนึ่งของความคิดที่ผิดๆเข้ามาเขียนให้คนอื่นเขามาจับผิด โอเคอาจมีคนสนับสนุน แต่ลองคิดดีๆนะครับ ในสมัยก่อน เรายอมรับว่า..ใช่ อาจมีเรื่องแบบนั้น แต่ว่านี้สมัยไหนแล้วครับคุณ ผมยังยอมรับว่าการย่ำยีทางเพศนั้นยังมี แต่ขอถามหน่อยครับมีใครอยากให้เกิดหรอ คุณควรมุ่งประเด็นเรื่องการให้ความช่วยเหลือ หรือการดูเรื่องสิทธิ ด้านการคุ้มครองสตรีจะดีกว่าพูดเรื่องประเด็นการย่ำยีทางเพศนะครับ เพราะมันทำให้ผมรุ้ว่าคุณไม่ใช่เฟมินิสจริงๆ แต่เป็น sexiste (เหยียดเพศ) โดยการใช้ที่กล่าวมาเท่านั้น
อนึ่ง ผมในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง อยากจะบอกเอาไว้ว่า ใช่ว่าผู้ชายเป็นแบบนี้กันทุกคน การเขียนในเชิงแบบนี้มันออกจะไม่ค่อยน่าโสภาเท่าไหร่ และท้ายที่สุดเรื่องความบริสุทธิ์ ผมเชื่อว่า ใครหลายคนในสมัยนี้ ไม่สนใจเรื่องแบบนี้แล้วครับ อาจจะใช่ในสมัยก่อน แต่ตอนนี้ ผมว่าตอนนี้การยอมรับในสังคมมากขึ้น คนที่คิดแบบนั้นมีแต่พวกคลั่งเซ็กซ์หรือพวกที่ชอบเที่ยวผู้หญฺงพวกเจ้าช฿้เท่านั้นแหละครับ เปิดใจให้กว้างแล้วมองใหม่ คุณจะรู้ว่ามันมีอะไรอีกเยอะ อย่าเอาความคิดที่มีความอคิมากเขียนนะครับ
ขอบคุณ

#23 By ฆฟาีพฟ พนทฟืะรแ (125.25.102.101) on 2011-11-30 19:44

ไม่มีวันเท่าเทียมกันได้แน่นอนค่ะ

เคยมีนักจิตวิทยาสังคมระดับด๊อกเตอร์ เขาบอกไว้ว่า

ธรรมชาติสร้างเพศชายและเพศหญิงไม่ให้เท่าเทียมกันได้ เนื่องจากสถาวะความเป็นเพศของแต่ละคนที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เพศชายจะถูกกำหนดมาว่าต้องเป็นฝ่ายรุก (ฝ่ายกระทำ)

ในขณะที่เพศหญิงนั้นต้องเป็นฝ่ายรับ (ฝ่ายถูกกระทำ)

เพราะนี่คือ อวัยวะเพศที่ธรรมชาติได้สร้างขึ้นมาแล้ว ไม่มีใครฝือนธรรมชาติได้เลย

แม้แต่สาวประเภทสองที่แปลงเพ