ความสุขบนเรื่องเล็กน้อย?
posted on 28 Sep 2009 21:09 by shinigami-mayaอาวล่ะค่ะวันนี้เจ้าของบล๊อกที่ไร้สาระไปวันๆจะมาพูดถึงเรื่องของ "ความสุข" ล่ะน่อ
ไม่เพ้อมาละเข้าเรื่องเลย~!!!!!!!
ที่จริงในชีวิตฉันเรื่องที่จะทำให้ฉันเครียดจริงจังมีไม่กี่เรื่องหรอกค่ะ เรื่องเรียน ครอบครัว คุณชาย แค่นั้นแล
1.ความสุขกับโรคประจำตัว
อ่ะแฮ่ม ขอบอกก่อนเลยว่าข้าน้อยมีโรคประจำตัวเหมือนกันน่อ(แม้จะถึก เถื่อน วิ่งไปวิง่มาแบบนี้ก็เหอะ) โรคนั้นคือโรค"ข้อเข่าผิดปกติแต่กำเนิด" ถ้าเรียกภาษาบ้านๆก็แนวๆว่าพิการอ่ะค่า คือเอาเป็นว่าตอนเด็กๆกว่าจะเดินได้ก็เกือบ 2 ขวบน่อ แล้วท่าเดินฮามาก วิ่งไม่ได้ นั่งพื้นไม่ได้(ต๊าย ฉันไฮโซ) กว่าจะเดินเข้าที่ วิ่งได้ นั่งพื้นได้(ทั้งพับเพียบและขัดสมาธินะ) ก็ปาเข้าไปตอนอายุ 14-15 แล้วน่อแล้วทุกวันนี้บางวันมันก็พยศจนเดินไม้ได้ก็ตาม
แต่ฉันมีความสุขค่ะ~!!!!!!!!
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันไม่ได้เกลียดข้อเข่าและข้อเท้าที่ผิดปกตินี้เลยค่ะ ฉันรักมันมาก~
เพราะมันทำให้ฉันรู้อะไรหลายอย่างฉันเคยเห็นนะ (เวลาไปตรวจประจำปี)คนมากมายเป็นทุกข์เพราะร่างกายที่ไม่ค่อยจะสมประกอบของ ตัวเอง บางคนก็เป็นโรคเดียวกับฉัน บางคนเป็นน้อยกว่าฉัน แต่เคยคุยแล้วฉันรู้สึกว่าทำไมเขาถึงเป็นทุกข์จังนะ?
ร่าง กายที่มันผิดปกตินี้ มันก็เป็นของเราไม่ใช่เหรอ ในเมื่อมันคือร่างกายของเราทำไมเราไม่รักมันล่ะ ถึงมันจะผิดปกติสักแค่ไหน แต่มันก็เป็นส่วนหนึ่งของเราไม่ใช่เหรอ เราก็ต้องยอมรับมันให้ได้สิ
ถึง มันจะลำบากเวลาที่มันพยศ พอโตมาเรื่อยแล้วเริ่มพยศบ่อยขึ้น จนถึงขั้นเดินไม่ได้ แต่ทุกครั้งที่เกิดอาการฉันก็ไม่ได้เสียใจหรือรู้สึกแย่หรอกนะ แต่ฉํนจะเห็นมันเป็นเรื่องขำๆมากกว่าค่ะ เพื่อนบางคนถึงกับงงว่า เดินไม่ได้มีอะไรน่าขำฟระ ไม่รู้สิ ฉันจะรู้สึกว่า อ๊ะ อีกแล้วเหรอ ไม่เป็นไรนั่งพักสักหน่อยเดี๋ยวก็หาย อีกแล้วสินะคุณเข่าเนี่ย
แต่ว่า บอกไว้อย่างว่า มันไม่เป็นขึ้นมาง่ายๆหรอกค่า ฉันน่ะถึกกว่าที่หลายคนคิดนะ ดูสิเวลาไปงานคอสฉันออกจะวิ่งๆๆๆ มุดๆๆๆ ได้ดีออก เห็นไหมล่ะว่าคุณเข่าที่ไม่ค่อยปกติของฉัน เวลาจะใช้การละก็ ใช้การได้ดีเวอร์ หึหึหึ - -+
ไม่รู้สิอยากให้ทุกคนมองโรคประจำตัวของ ตัวเองเป็นเรื่องธรรมชาติปกติธรรมดา อย่าไปเครียด อย่าไปเกลียดมัน ทำใจยอมรับมันค่ะ เพราะมันเป็ฯส่วนหนึ่งของร่างกายคุณนะ ลองมองหาข้อดีแล้วทำให้มันเป็นเรื่องขำๆซะ ถึงมันจะยากแต่ว่าถ้าทำได้เมื่อไรจะมีความสุขค่ะ
2.มีความสุขกับสิ่งเล็กๆที่แวดล้อมรอบตัว
ไม่ รู้สิ ฉันเป็นพวกเวลาไปไหนมาไหนชอบมองอะไรรอบตัวจนกลายเป็นเถลไถลค่ะ เช่นเวลากลับหอ ฉันจะต้องทักน้องน้ำปั่น(แมวที่ร้านน้ำปั่น) น้องอีซี่(แมวที่ร้านอีซี่กริล) หรือ อิเขื่อง (แมวดำตัวเขื่องที่ร้านผัก) แล้วจะคุยเป็นวรรคเป็นเวรมาก (แถวบ้านเรียกบ้าค่ะ) หรือไม่เวลาขึ้นเรือข้ามฟากฉันจะมองระดับน้ำตลอดค่ะ เช่น อ๊ะวันนี้น้ำขึ้น ง่ะวันนี้น้ำลงต่ำ หรือไม่ก็ เมฆสวยจัง ฮ้าวันนี้ลมเย็นจังนะ
คิด เวลาเจอเรื่องเครียดมาฉันก็จะมองสิ่งรอบๆตัวแบบนี้แหละค่ะแบบมันหายนะ คือเหมือนกับว่าเราลองปล่อยใจวางเรื่องเครียดๆแล้วมองสิง่ที่อยู่รอบๆตัว มันก็รู้สึกดีนะคะ
3.แล้วก็จะว่าไงล่ะ มีความสุขกับงานอดิเรก
คือ สำหรับฉันน่ะ งานอดิเรกคืองานอดิเรกจริงๆนะ แนวๆว่าทำเล่นๆเวลาว่างๆกรือเวลาเครียดก็จะทำค่ะ เช่นวาดรูป ที่เห็นว่้าฉันไม่ไปออกเซอร์เคิลเหมือนใคร ไม่วาดปกนิยาย(มีคนเคยขอแต่สุดท้ายก็ ปฏิเสธไป) หรือไม่ก็ทำไม่ไม่เข้าคณะเกี่ยวกับศิลป์ๆ เพราะฉันจะทำเพราะอยากทำเท่านั้นค่ะฉันไม่อยากเก็บมาทำจริงจังใส่สมองให้ เครียด เพราะสำหรับฉันวาดรูปคืองานอดิเรกค่ะ
รวมถึงเรื่องร้องเพลง ถึงทุกวันนี้มีหลายวงนะ เคยมาขอให้ฉันไปเป็นนักร้อง แต่อย่างว่าแหละ ฉันร้องเพลงเป็นงานอดิเรก ฉันขอร้องเพลงตราบใดที่ฉันยังมีความสุข ฉันไม่อยากทำวงเพราะ พอเป็นวงเครียดแน่นอน
รวมถึงเรื่องเปียโน ซึ่งฉันเคยแข่งอยู่ 2 ปีซ้อน ถึงจะได้รางวัลมา แต่ฉันพูดจริงๆว่าใน 2 ปีนั้น ฉันเกลียดเปียโนมาก ฉันไม่รู้สึกว่าที่ฉันทำลงไป ฉันมีความสุขตรงไหน รางวัลที่ได้มาฉันก็ไม่ได้มีความสุขกับมันเลย นั่นเพราะฉันต้องเครียด ต้องกดดัน ต้องซ้อมหนักมาก จนฉันถามตัวเองว่า ฉันมีความสุขแน่เหรอ มีคนชม ได้รางวัล แต่ฉันเครียด กดดัน ไม่มีความสุขตลอด 2 ปี มันคุ้มเหรอ.....ไม่อ่ะ ไม่รู้นะคะแล้วแต่ความคิดคน
แต่ สำหรับฉัน งานอดิเรกของฉัน ฉันก็จะทำให้มันเป็นความสุขเล็กๆของฉันต่อไป ไม่เครียด ไม่กดดัน ไม่ต้องแข่งขัน วาดรูปต่อเมื่ออยากวาด ไม่สวยช่างหัวมัน ร้องเพลงต่อเมื่ออยากร้อง ใครจะร้องได้ดีกว่าฉันก็เรืองของเขาสิ เปียโนเล่นต่อเมื่ออยากเล่น ใครจะไปล่ารางวัลที่ไหนก็ไปเหอะ ขอแค่ฉันมีความสุขที่จะทำก็พอ
เผื่อไว้วันไหนที่ฉันอยากทำให้งานอดิเรกเป็นงานหลักขึ้นมาเมื่อไร ฉันก็อยากจะมั่นใจว่าวันนั้นฉันมีความสุขที่จะทำมันจริงๆอ่ะนะ
4.มีความสุขกับผู้คนรอบๆตัว
ฉัน เป็นพวกเวลาไปม.ตอนเช้าๆจะยิ้มให้กับทุกคนแล้วก็หวัดดีดะไปทั่ว ถ้าเจอคนสนิทก็จะวิ่งๆๆๆเข้าไปกอด ฉันมีความสุขนะเวลาทำแบบนั้น เพราะสิ่งที่ได้กลับมาคือรอยยิ้ม บางทีฉันอาจจะเป็นคนเก็บตัวบ้างนบางที แต่ตอนนั้นคงเป็นเพราะฉันเลือกที่จะคิดอะไรคนเดียวมากกว่า
ไม่รู้นะ บางทีลองปล่อยวางอะไรบางอย่างแล้วยิ้มให้คนที่ไม่ถูกันบ้าง ก็อาจจะเป็ฯเรื่องดีก็ไ้ด้นะ หรือไม่ก็ลองชวนคุณป้าเจ้าของหอคุย เพื่อนข้างห้องคุยก็ได้ ไม่แน่คุณอาจจะได้ความสุขแบบคาดไม่ถึงคืนมาเลยก็ได้ล่ะ
5.มีความสุขเป็นความทุกข์ของตัวเอง
มีไหมเวลาที่รู้สึกทุกข์ใจ มีไหมบางเวลาที่้เครียด มีไหมเวลาที่เฟล?
ในขณะที่รู้สึกแบบนั้นลองคิดอะไรอีกด้าน คุณอาจจะได้อะไรกลับมาก็ได้นะ
เช่น เวลาฉันเฟลฉันจะเฟลอยู่วันเดียวเท่านั้นแหละให้พอเป็นกระสัย แล้วก็ลองทบทวนหาเหตุผลที่ว่าทำไมฉันต้องมาทุกข์นะ แล้วฉันนั่งทุกข์แบบนี้มันแก้อะไรได้หรือเปล่า ก็ไม่ได้แล้วนี่เนอะ แล้วจะทุกข์ทำไมฟระ
แต่ฉํนไม่ปล่อยเวลาทุกข์ให้มันมาเยือนเปล่าๆค่ะ ฉันจะคิดเสมอว่าฉันได้อะไรจากเหตุการณ์ครั้งนี้ล่ะ แล้วฉันจะแก้ยังไง คราวหน้าฉันจทำยังไงนะไ่ม่ให้ทุกข์อีก
ไม่รู้สิว่าข้าน้อย เนี่ยเรียกว่ามองโลกในแง่ดีเกินไป หรือ เอื่อยเชื่อยกันนะ แต่จะว่าไงล่ะ เมื่อก่อนฉันเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายมาก กดดันกับทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว แต่ไม่รู้สินะพอเรียนรู้ที่จะปล่อยวางกับทุกๆอย่างแล้วมันทำให้มีความสุข สุดๆเลยล่ะค่ะ ทุกอย่างก็อยู่ที่แค่ จะเก็บมาสุมหรือปล่อยวางแค่นั้นล่ะมั้งนะคะ
ฉันก็ไม่รู้ว่าวิธีการสร้างความสุขในแบบของฉันมันจะช่วยใครได้หรือเปล่า แต่ว่าก็เอาไว้อ่านเล่นๆก็ได้ค่ะ อ่ามาบ่นอะไรเนี่ยฉัน
มาถึงโซนชีวิตประจำวัน
สอบ เสร็จแล้ว โบเบื้องอาจารย์ใจร้ายมาก ไม่ขออะไร ขอแค่ให้นางพญาแห่งโคกพนมดีช่วยชีวิตข้าน้อย( 6 คะแนนแน่ะ) ก็ขอพักแบบไม่ทำอะไร 2-3 วันแล้วกัน
กลับกรุงวันที่ 9 จ้า ก็อ่ะนะตอนนี้อาการเปลี่ยนดูแลตัวเองดีๆนะคะ
ตอนนี้ข้าน้อยเหมือนกำลังจะไม่สบายแฮะ เหอะๆๆๆ
มายมีสาระ!!
ไม่ใช่มายอ่ะกิ๊ฟฟฟ
#1 By Seiz on 2009-09-29 01:04