พระคุณที่สาม...

posted on 06 Jun 2008 21:43 by shinigami-maya

 

วันนี้ไม่รู้จะตั้งหัวข้อว่าอะไรดี แต่ว่า พอดีวันศุกร์โรงเรียนข้าพเจ้าเ้ลิกครึ่งวันทีแรกกะจะไปดู

แอน โบลีนด์ แต่มันยังไม่เข้าซะงั้น แล้วอยู่ๆมันก็มีความคิดนึงแล่นมาในหัวว่า

"กลับสาธิตฯแล้วไปหาบรรดาผู้มีพระคุณของแกซะ....."

ก็เลยไปที่สาธิตฯ เปลี่ยนไปเยอะมากๆอ่ะ ไม่ได้ไปเหยียบแค่ปีเดียว ยิ่งฝั่งประถม แบบว่า กาลเวลาเพียง 6 ปีสามารถเปลี่ยนให้ตึกที่น่าเกรงขาม(เก่าเวอร์) ป่าที่รกชัฎ กลายเป็นตึกเรียนไฮโซ และตึกใหม่อีก 2 ตึก สระว่ายน้ำอีก 1 เครื่องเล่นใหม่เอี่ยม ห้องน้ำที่สะอาดวิ้ง และโรงอาหาร+มินิมาร์ทที่ใกล้กว่าเดิม

ก็เลยเดินเข้าไปที่ตึกพิบูลบำเพ็ญ แล้วก็ต้องตกใจว่า ทำไมห้องที่ดูใหญ่ในสายตาเราตอน เล็ก ตอนนี้มันถึงเล็กนิดเดียว? ทำไมบันไดที่ขึ้นที่ไรก็เหนื่อยทุกทีกลับขึ้นได้โดยไม่รู้สึกอะไร? ทำไมขื่อตรงบันไดที่กระโดดเเตะได้เมื่อไรต้องดีใจตอนนี้ถึงสามารถยื่นมือไปจับได้ง่ายๆ?

ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้วสินะ.......

ถ้าจะให้ท้าวความข้าพเจ้าเป็นเด็กที่อาจารย์ทุกคนในฝั่งประถมจำได้แม่นยำ เพราะตัวเล็กมาก (ตัวเล็กติดรูทอ่ะนึกภาพออกไหม) แต่ความซนมันคูณ10แล้วยกกำลัง2อีกที พูดง่ายๆ มันเป็นเด็กผู้หญิงที่ซนมากๆ และตัวเล็กมากๆ อาจารย์เลยชอบมาเล่นกับข้าน้อย (และเข้ามาตีข้าน้อยเพราะทำกิ่งไม้หัก โต๊ะล้ม เพื่อนล้ม ฯลฯ)

ตอนนี้อาจารย์หน้าเก่าๆหายไป มีอาจารย์หน้าใหม่ๆเข้ามาซึ่งเราไม่รู้จักสักคน จนมาเจออาจารย์คนหนึ่งที่อาจารย์แกเห็นเราแวบแรก ท่านเข้ามากอดเราเลย อาจารย์คนนี้เราจำได้เลยว่า เป็นคนตัวสูงมากๆ ท่านสอนงานบ้าน แต่ตอนนี้ข้าพเจ้าจะสูงไล่ทันอาจารย์แกอยู่แล้ว อาจารย์กอดเรา ถามเราแล้วบอกกับรุ่นน้องว่า "ไอ้นี่น่ะตอนมันตัวเท่าหนูนะ มันปีนต้นไม้เล่นแล้ว" แล้วพอดีอาจารย์แกต้องประชุม ข้าน้อยเลยขอตัว เดินไปสักพักก็ถึงห้องประชุมที่....

เมื่อก่อนเรามองว่ามันใหญ่มากๆเลยนะ ใหญ่จนวิ่งรอบเดียวก็หอบแล้ว แต่ทำไมตอนนี้มันเล็กนิดเดียวอ่ะ?

แล้วก็ เขาเอาอนุสรณ์ผู้อำนวยการแต่ละรุ่้นๆออกไปแล้ว (ทั้งๆที่ออกจะขลังดีออก)

แต่ก็ไม่ได้หันไปมองว่า ภาพของจอมพล ป. พิบลูสงคราม ผู้ก่อตั้งโรงเรียนยังคงแขวนอยู่ไหม

ข้าพเจ้า เิดินไปเรื่อยๆพร้อมกับมีความรู้สึกคิดถึงที่นี่ และคนที่นี่มากมายนัก น้ำตาก็ปริ่มๆอยู่สักพักปรากฎเจออาจารย์อีกคน อาจารย์คนนี้เป็นอาจารย์ประจำชั้นเราตอนป.3 ซึ่งสอนภาษาไทยสนุกมากๆ แกบอกกับน้องๆเลยว่า

"นี่ดูสิลูกสาวครูกลับมาแล้ว"ข้าพเจ้าเลยโผเข้าไปกอดด้วยความคิดถึง เพราะตั้งแต่จบป.6ไป พูดจริงๆเลยว่าไม่ได้เจออาจารย์ที่นี่มา 5 ปีกว่าๆแล้ว อาจารย์แกก็ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบและ ตบท้ายด้วยความเป็นห่วงลูกศิษย์ว่า

"จะเข้าคณะอะไรเลือกดีๆนะลูกถ้าตั้งใจอะไรก็เข้าให้ได้นะลูกแล้วมาบอกครูด้วยนะ"

ข้าพเจ้าก็ได้แต่น้ำตาคลอ เพราะแกยังเหมือนเดิม เหมือนเดิมทุกอย่าง ถึงแม้อาจารย์จะดูมีอายุมากขึ้น แต่แกยังคงดีกับเราเหมือนตอนที่เรายังเรียนอยู่ที่นี่ เราก็ลาอาจารย์ด้วยคำว่า ดูแลตัวเองดีๆนะคะ ถ้าหนูสอบติดอะไรจะมาบอกทันทีเลยค่ะ

ข้าน้อยเดินไปตึกใหม่ ระหว่างทางเจออาจารย์ที่สอนภาษาไทยตอนป.6 แกเห็นปุ๊บเช่นเคยแกวิ่งเข้ามากอดๆๆๆข้าพเจ้า

แล้วส่งท้ายด้วยคำว่า ครูมีประชุมอ่ะ ไว้มาหาอีกนะลูกนะ....

ก็เดินขึนตึกใหม่ น้องๆตัวเล็กๆเดินกับเต็มเลย ทำให้รู้ว่าตอนเด้กๆเราก็ตัวเล็กประมาณนี้แหละวะ

และเราก็็เจออาจารย์ที่เคารพและรักมากที่สุด เพราะแกเคยคุมวงประสานเสียง ฝึกระเบียบมารยาทให้เราพร้อมๆกับ สอนอะไรหลายๆอย่าง พอเจอปุ๊บอาจาีรย์อ้วนขึ้น!!! ไม่เหมือนเมื่อ 5 ปีก่อนเลย ทำให้รู้ว่าท่านนั้นหายจากมะเร็งร้ายที่คอยรังควานอาจารย์แกแล้ว เลยทำให้เจริญอาหาร เราก็ตบท้ายด้วยคำว่า ดูแลตัวเองดีๆนะคะ อาจารย์แกบอกให้เดินไปอีกห้องนึกจะเจออาจารย์สอนศิลปะ

ข้าพเจ้าเลยเดินไปอีกนิดนึง อาจารย์เห็นปุ๊บอาจารย์กรี๊ด(เพื่อคะ?) แล้วก็ตะโกน "ไอ้ฟองเข้ามาใกล้ๆนี่เดี๋ยวนี้เลยนะ ใช่ตัวจริงใช่ไหมเนี่ย หายไปไหนมาตั้ง 5 ปี"อาจารย์แกก็กอดๆๆ (รู้สึกวันนี้จะโดนคนกอดเยอะ) แล้วแกก็ให้คุบกับน้องๆว่าโณงเรียนลูกนางฟ้าที่เราสถิตอยู่ ณ ตอนนี้เป็นยังไง และแล้วอาจารย์ก็มองนาฬิกา และพบว่แกต้องเดินไปสอนคาบต่อไปแล้ว ก็เลยลากันแต่เพียงเท่านี้

ทำให้เหลืออาจารย์อีกคนที่อยู่ที่ตึกนี้ อละข้าน้อยยังไม่เข้าไปพบ นั่นคืออ.พัดชา อา่จา่รย์ที่ตอนเด็กๆข้าพเจ้าทะเลาะกับแก เถียงกับแกบ่อยมากๆ มากจนวันไหนไม่ได้เถียง หรือวันนั้นอาจารย์ไม่ได้ตีข้าน้อย เหมือนจะนอนไม่หลับ แต่ตามคำโบราณว่าไว้ค่ะว่า ยิ่งเกลียดมากเท่าไรก็ยิ่งรักมากเท่านั้น ข้าพเจ้า เปิดประตูห้องพักครูเข้าไปเจอ ท่านนั่งอยู่ที่โต๊ะ

อาจารย์นั้นดูอายุมากขึ้นเยอะ อาจารยเห็นเรา อาจารย์ก็ยิ้ม พร้อมกับให้นั่งคุย ก็คุบกันนาน คุยกันว่าอยู่ช.น.แล้วเป็นอย่างไร ที่นี่กับที่ช.น.ที่ไหนเวิร์คกว่า อะไรที่ที่นี่ควรปรับปรุง (อ.ท่านเป็นคนตรงมากๆนะ)

แล้วก็จะเข้าอะไร เราก็เลยบอกไปว่า "เมื่อ 5 ปีก่อนอาจารย์เคยถามหนูแล้วหนูตอบว่าอย่างไร หนูก็จะเป็นอย่างนั้นล่ะค่ะ" ทำเอาอาจารย์ตบโต๊ะพร้อมๆกับยื่นมือ มาจับมือข้าน้อย ข้าพเจ้าก็คุยแลกเปลี่ยนความคิด ข้าน้อยก็วิเคราะห์มุมมมองอะไรหลายอย่าง ตามหลักและวิธีการที่ท่าน เคยสอนข้าพเจ้าไปเมื่อ 5-6ปีก่อน ที่ยังฝังหัว และเป็นวิธีคิดของข้าน้อยมาถึงทุกวันนี้ อาจารย์แกฟังเราไป ตาแกก็เริ่มเเดงขึ้นเรื่อยๆ ไม่รู้ทำไม? แต่มีอะไรบางอย่างทำให้รู้ว่าข้าพเจ้านั้นมีส่วนคล้ายอาจารย์แกมากๆ (ทั้งที่เมื่อก่อนเนี่ยออกจะไม่ถูกกันเลยแหละ เหอะๆ)

แล้วก็บอกอาจารย์ว่าหนูไปออกแฟนพันธุ์แท้มานะคะ เท่านั้นแหละ ตาอาจารย์แกที่แดงมาตั้งนานแล้วก็มีน้ำตาไหลออกมา เราก็ตกใจ ถามว่าอาจารย์เป็นอะไรคะ?

อาจารย์ท่านตอบว่าอะไรรู้ไหม ท่านบอกทั้งน้ำตาที่นองหน้าอยู่เลยว่า

"ขอบคุณนะ ครูขอบคุณเธอมากที่สามารถทำให้ครูภูมิใจในตัวเธอได้มากขนาดนี้ ขอขอบคุณแทนอาจารย์ทุกคน ที่ทำให้รู้ว่าลูกสาวที่ช่วยกันเลี้ยง ช่วยกันปลุกปั้น ช่วยกันเฆี่ยนมันขึ้นมา ลูกสา่วคนนี้โตแล้ว และทำให้ครูภูมิใจในตัวเธอมากๆ ครูขอบคุณเธอมากๆเลยนะ" เราก็หัวเราะ พร้อมกับกลั้นน้ำตาอย่างสุดความสารถ แล้วตอบไปว่า

"หนูต่างหากล่ะคะที่ต้องขอบคุณพวกอาจารย์ เพราะที่หนูเป็นหนูในตอนนี้ได้เพราะอาจารย์ทุกๆคน อาจารย์ช่วยกันสอนหนู หนูต่างหากล่ะคะที่ต้องขอบคุณอาจารย์มากๆ อาจารย์รอหนูอีกนะคะ ต่อไปในภายภาคหน้าถ้าหนูทำเรื่องอะไรดีๆได ้อาจารย์ต้องฟังหนเล่าูนะคะ" อาจารย์แกก็ปาดน้ำตาแล้วยิ้ม พร้อมๆกับบอกว่า มันเย็นแล้วกลับบ้านไปเถอะเดี๋ยวจะอันตราย เราก็เดินออกไปพร้อมๆกับสัญญากับอาจารย์ว่า หนูจบ ม.6 เมื่อไร(ก็อีกไม่นานนักหรอก เหอะๆ)จะเอาพวงมาลัยมากราบพวกอาจารย์ค่ะ......

ไม่รู้สิรู้สึกว่าพอไปเจอวันนี้มา เพลงพระคุณที่สามนั้นมันขลังขึ้นอีกเป็นเท่าตัว ครูของเราไม่ว่าจะเป็นตอนไหน ไม่ว่าจะตอนอนุบาล ประถม หรือมัธยม อาจารย์ที่ร่วมปลุกปั้น ร่วมอบรมสั่งสอนเราขึ้นมา จนมายืนถึงทุกวันนี้ได้ พูดตรงๆนะแบบว่า เป็นไปได้อยากกลับไปกราบขอบคุณอาจารย์ทุกๆคน เพราะมันเป็นพระคุณที่สุดยอดมากๆ ไม่มีอะไรจะบรรยายเลย

และเหตุการณ์วันนี้ทำให้รู้ว่าการที่เราทำให้อาจารย์ภูมิใจในตัวเรานั้นมันมีความสุขแค่ไหน ตอนที่อาจารย์ชมเรานั้น เราอยากตอบกลับไปแค่ไหนว่า

"เพราะอาจารย์นั่นแหละค่ะที่ ทำให้หนูมาอยู่ตรงนี้ได้" มันเป็นอะไรที่ ไม่รู้จะบรรยายอะไร

นี่ก็ใกล้วันไหว้ครูแล้ว ใครก็ตามที่ผ่านมาอ่านบล๊อกข้าน้อยล่ะก็ ลองกลับไปคิดทบทวนดูเถิดว่า มีคณาจารย์กี่คนที่เข้ามาร่วมอบรมสั่งสอนเรา แล้วเราเคยไปกราบขอบคุณท่านไหม เคยทำให้ท่านภูมิใจ หรือว่าเคยทำให้ท่านยิ้มอย่างมีความสุขหรือเปล่า?

ถึงแม้ครูจะเปรียบเหมือนแค่เรือจ้าง แต่สำหรับเราแล้วไม่ใช่หรอก ครูไม่ใช่เป็นเพียงเรือจ้าง แต่เป็นเหมือนมือที่คอยสร้างคนให้เป็นคน

แล้วท่านละ่ครูในความคิดของท่านคืออะไร? ท่านเคยกลับไปกราบท่านบ้างหรือยัง?

อาจารย์ท่านหนึ่งเคยบอกข้าน้อยว่า

"ความสุขที่สุดของการณ์เป็นครูคือ การที่ลูกศิษย์ที่จบไปแล้วกลับมาหาเรา"

เพราะงั้นลองกลับไปหาพวกท่านดูกันสิคะ แล้วคุณจะรู้สึกเต็มตื้นในหัวใจมากๆ.......

แถม...

เพลง:พระคุณที่สาม

ครูบาอาจารย์ที่ท่านประทานความรู้มาให้
อบรมจิตใจให้รู้ผิดชอบชั่วดี
ก่อนจะนอนสวดมนต์อ้อนวอนทุกที
ขอกุศลบุญบารมีคุ้มครองครูนี้ให้ร่มเย็น

ครูมีบุญคุณจึงต้องเทิดทูลเอาไว้เหนือเกล้า
ท่านสั่งสอนเราอบรมให้เราไม่เว้น
ท่านอุทิตไม่คิดถึงความยากเย็น
สอนให้รู้จัดเจนเฝ้าแนะเฝ้าเน้นมิได้อำพราง

พระคุณที่สามงดงามแจ่มใส
แต่ว่าใครหนอใครเปรียบเปรยครูไว้ว่าเป็นเรือจ้าง
หากจะคิดยิ่งคิดยิ่งเห็นว่าผิดทาง
มีใครไหนบ้างแนะนำแนวทางอย่างครู

บุญเคยทำมาตั้งแต่ปางใดเรายกให้ท่าน
ตั้งใจกราบกรานระลึกคุณท่านกตัญญู
โรคและภัยอย่ามาแผ้วพานคุณครู
ขอกุศลผลบุญค้ำชูให้ครูมีสุขชั่วนิรันดร์

วันไหว้ครูนี้ เราจะร้องให้ดังๆเลยแหละ เหอะๆๆ.....

   
   
   
   
   
   
   
   
   
 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry


เรือจ้าง พายเรือ ช่วยเหลือคน

คนนั่งเรือ พึ่งเรือ เพื่อกันและกัน big smile

#1 By tiew@fine on 2008-06-07 20:57

TvT อืมมม.......

เนื่องจากแก่แล้ว (ฮา) ตอนนี้ที่โรงเรียนไม่เหลืออาจารย์รุ่นที่สอนเราเลยสักคนค่ะ
แต่ถึงกระนั้น ถ้ากลับไปเยี่ยมโรงเรียน (ที่ไม่เหมือนเดิมสักนิด) ก็ยังชื่นใจอยู่นะ

#2 By hikaru on 2008-06-07 21:43

อยากไปเหมือนกันนะ

#3 By Na~mo on 2008-06-07 23:20

เคยร้องเพลงนี้เหมือนกันค่ะ ตอนนี้ก็ยังร้องได้

รู้สึกว่าเป็นเพลงที่เพราะกินใจจริงๆbig smile

#4 By +|| m i n e y ||+ on 2008-06-08 08:47

มาอ่านแล้วคิดถึงร.ร.เก่าเหมือนกันแฮะ..
เพลงนี้ฟังกี่รอบๆก็ยังซึ้ง..big smile